
ก่อนที่จะนำปิโตรเลียมขึ้นมาผลิตเพื่อใช้ประโยชน์นั้น ต้องมีการสำรวจหาปิโตรเลียมก่อน
ในวันนี้เราจะมาดูกันว่าการสำรวจหาปิโตรเลียมในทะเลนั้นมีขั้นตอน และวิธีการอย่างไร
ก่อนการสำรวจ โครงการจะต้องได้รับการอนุมัติในรายงานแผนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับการสำรวจคลื่นไหวสะเทือน (Safety and Environmental Managemental Management Plan ; SEMP) จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ก่อนเริ่มดำเนินงาน ต่อจากนั้นต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มสมาคมประมงต่าง ๆ ในพื้นที่ ให้ทราบแผนการสำรวจ ขอบเขตพื้นที่ และระยะเวลาทำการสำรวจ ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน และก่อนที่จะมีการสำรวจประมาณ 3-5 วัน ต้องทำการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง และอุปกรณ์ประมงต่าง ๆ ออกจากแนวสำรวจ รวมทั้งมีการติดต่อ และแจ้งให้เรือต่างๆ ทราบถึงกำหนดการสำรวจอีกครั้ง เพื่อมิให้แล่นตัดเข้ามาในแนวของเรือสำรวจ หลังจากนั้น ก็ดำเนินการสำรวจตามแนวที่วางไว้ในแผนที่ โดยอาศัยเครื่องมือบอกตำแหน่ง ซึ่งจะส่งสัญญาณจากดาวเทียม และสถานีภาคพื้นดินเป็นตัวเปรียบเทียบ เพื่อบอกตำแหน่งที่แน่นอนของเรือสำรวจ
ขณะทำการสำรวจ เรือสำรวจจะแล่นด้วยความเร็วคงที่ตามแนวที่กำหนดไว้ (ซึ่งส่วนใหญ่จะแล่นในแนวทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก และทิศเหนือไปทิศใต้) โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้สำรวจคือกระบอกอัดอากาศ (Air gun) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดคลื่นเสียง โดยจะส่งสัญญาณคลื่นทุก 5-10 วินาที ผ่านน้ำทะเลลงไปสู่ชั้นดิน-ชั้นหินใต้พื้นทะเล และสะท้อนกลับมา สู่สายรับสัญญาณ (Streamer) ที่เรือสำรวจลากไป ซึ่งสัญญาณที่ได้จะถูกบันทึกลงบนแถบแม่เหล็ก และต้องประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงภาพตัดขวางใต้ผิวดิน แสดงลักษณะโครงสร้างทางธรณี และการวางตัวของชั้นหิน สำหรับข้อมูลจากการสำรวจที่ผ่านการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ จะถูกนำไปแปลความหมายโดยนักธรณีฟิสิกส์ เพื่อตรวจสอบลักษณะการวางตัว โครงสร้างของชั้นหิน และเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณากำหนดตำแหน่งหลุมเจาะสำรวจ หรือหลุมพัฒนาต่อไป
โดยทั่วไป การสำรวจจะใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ระยะทางรวม (กิโลเมตร) ของแนวสำรวจทั้งหมด และสภาพอากาศ โดยแนวสำรวจอาจมีความยาวตั้งแต่ 5 กม. ถึง มากกว่า 100 กม. ตามขนาดของพื้นที่สำรวจ แนวสำรวจจะวางตัวขนานกัน ตลอดความยาว ระยะห่างระหว่างแนวประมาณ 10 เมตร ถึงมากกว่า 5 กม. ขึ้นกับความละเอียดของข้อมูลที่ต้องการ เรือสำรวจ ปฏิบัติงานได้เฉลี่ยประมาณ 100-500 กม. ต่อวัน หรืออาจสำรวจได้ถึง 250 กม. ต่อวัน หากไม่มีอุปสรรคด้านสภาพอากาศ กระแสน้ำ เป็นต้น
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มุ่งมั่นภารกิจแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าได้อีกด้วย